Archive for the 'รวมธุรกิจ' Category

วัยต้นก็ประสบพบเห็นกับตัวปัญหาผมบางได้ จึงไม่พึงไม่เอาใจใส่

วัยเยาว์ เป็นอีกวัยที่พบปัญหาผมบางได้ ซึ่งเหตุผมร่วงในปฐมวัยมีหลายต้นสายปลายเหตุพร้อมๆ กันครับ เรามาดูกันว่าเหตุเดิมที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงผมบางในลูกเกิดจากอะไรบ้างนะครับ

 

  1. สถานะเสียดสี ส่งผลลัพธ์ทำเอารากผมของเด็กขาดความเข้มแข็ง เนื่องจากว่าเส้นผมจะถูกสร้างตั้งแต่อยู่ในครรภ์ พร้อมด้วยอีกทั้งเป็นผมอ่อน มีความไม่ปกติมาก ถ้าถูกเสียดสีด้วยที่นอนนอน หมอน ก็อาจทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้ง่ายขึ้นครับ สามารถพบได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือน และจะหยุดตกในช่วงอายุ 6 เดือน ขึ้น โดยการร่วงในลักษณะนี้เป็นการร่วงเพื่อผลัดผมที่อ่อนแอออก แล้วสร้างเส้นผมขึ้นมาสับเปลี่ยน ซึ่งผมที่งอกขึ้นมาใหม่จะมีความเข้มแข็งพร้อมทั้งมีสีเข้มขึ้น ตามพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อและแม่นั้นเองครับ
  2. การไม่สบายของเด็ก สภาพการณ์ของโรคทางออโตอิมมูนระดับฮอร์โมน ทางระบบกรรมพันธุ์ โดยมีลักษณะผมจะร่วงเป็นหย่อมๆ หรือว่าอาจทั้งหัว หรือ ซึ่งการที่เด็กมีไข้สูง ป่วยมาก อาจทำเอาเส้นผมหยุดการเจริญเป็นการชั่วคราว แต่ครั้นหายป่วยแล้วเส้นผมก็จะกลับมาเติบใหญ่ได้ตามเดิมครับ

 

  1. การเช็ดล้างหนังศีรษะไม่แห้ง เหตุเกิดจากความอับชื้นบนหนังศีรษะ ที่ทำเอาเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ พร้อมด้วยเชื้อราจะเข้าไปทำร้ายรากผมจนเกิดความเสียหาย อาจทำให้ผมร่วงและไม่สามารถงอกขึ้นใหม่ หากประหลาดใจว่าเชื้อราเริ่มมีความก้าวหน้าบนหนังศีรษะของเด็ก ต้องเร่งปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญพิเศษเพื่อหาวิธีป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว

 

  1. ผมร่วงที่เกิดจากเชื้อรา โรคเชื้อราที่บนหนังศีรษะ อาจจะพบเห็นได้บ่อยในวัยต้น ซึ่งค่อนข้างแผ่ขยายจากบริเวณอื่นของร่างกาย โดยเชื้อรานี้จะมีผลทำเอาเกิดอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆ คล้ายกับโรคผมร่วงหย่อมๆ โดยไม่ทราบที่มา แต่จะมีลักษณะที่สามารถสั่งเกตุได้ โดยมีอาการเป็นผื่นแดง คัน เป็นขุยหรือสะเก็ด

เหล่านี้เป็นที่มาที่อุบัติขึ้นกับปัญหาผมร่วงผมบางในวัยเด็ก คุณพ่อ คุณแม่ก็ควรที่จะเรียนรู้ข้อมูลทั้งในกิริยาท่าทางของเด็กและเหตุข้างนอกด้วยนะครับ เพราะเด็กๆเขาอาจไม่เข้าใจพร้อมด้วยไม่ทราบถึงปัญหาพร้อมกับวิธีบำรุงรักษาเส้นผม เช่นนั้นคุณพ่อ คุณแม่จึงเป็นคนใกล้ชิดที่จะดูแลสุขภาพของเด็กๆนะครับ

ไทยกับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2

%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%82

 

สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในยุโรปตั้งแต่ พ.ศ. 2482 เมื่ออังกฤษและฝรั่งเศสประกาศทำสงครามกับเยอรมนี เลยทำให้ลุกลามกลายเป็นสงครามโลก ทางด้านเอเชีย ญี่ปุ่นก็ได้ประกาศสงครามกับสัมพันธมิตร เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 กองทหารญี่ปุ่นก็เข้ามาเมืองไทยทางสงขลา ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และสมุทรปราการ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้ขอร้องรัฐบาลไทย ให้ทหารญี่ปุ่นได้ทำการเดินทัพผ่านไทย เพื่อไปโจมตีพม่า และมลายูของ อังกฤษ และขอให้ระงับการต่อต้านของคนไทยเสีย คณะรัฐมนตรีโดยมีจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ก็อนุโลมตามความต้องการของญี่ปุ่น เพื่อที่จะรักษาชีวิตและเลือดเนื้อของคนไทย และไทยได้ทำกติกาสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2484

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยได้ร่วมมือกับฝ่ายโลกเสรี อันมีสหรัฐอเมริกา และอังกฤษเป็นหัวหน้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2493 รัฐบาลไทยยอมรับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ และทางทหาร จากสหรัฐอเมริกา และใน พ.ศ. 2498 ก็ได้ร่วมมือกับประเทศอื่นๆ รวม 8 ประเทศ จัดตั้งองค์การป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกโดยย่อว่า องค์การซีโต หรือ สปอ.

สาเหตุที่ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง เหตุเพราะว่าเรามีกำลังน้อย หากเมื่อญี่ปุ่นบุกไทย จะไม่สามารถต่อต้านได้ และเพื่อป้องกันมิให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของญี่ปุ่นในด้านเศรษฐกิจและการเมือง

ผลของสงครามต่อไทย คือ ไทยต้องส่งทหารไปช่วยญี่ปุ่นรบ และทำให้ได้ดินแดนเชียงตุง และสี่จังหวัดภาคใต้ที่ต้องเสียแก่อังกฤษกลับมา แต่ต้องคืนให้เจ้าของเมื่อสงครามสงบลง ก่อให้เกิดขบวนการเสรีไทย ซึ่งทำให้หลุดพ้นจากการยึดครอง และไทยยังได้รับเกียรติเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

พิพิธภัณฑ์ทหารสงครามเวียดนาม

สงครามเวียดนาม
• สงครามเวียดนาม (ค.ศ. 1957-1975) เป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ เวียดนามเหนือได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียและจีน ส่วนเวียดนามใต้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา สงครามเวียดนามจบลงด้วยชัยชนะของเวียดนามเหนือและรวมประเทศเวียดนามทั้งสองเข้าด้วยกัน
• สาเหตุของสงครามเวียดนาม
• เหตุผลของการเกิดสงครามเวียดนามก็คือไม่ต้องการให้ประเทศเวียดนามตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่น ซึ่งในเวลาก่อนหน้านั้นประเทศเวียดนามเองก็ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศฝรั่งเศษ จากนั้นก็ถูกญี่ปุ่นมารุกราน จีนก็เข้ามาบ้างเป็นครั้งคราว จึงเกิดขบวนการเวียดมินท์ขึ้นเพื่อปลดปล่อยประเทศเวียดนามและต้องการรวมชาติให้เป็นเวียดนามเพียงหนึ่งเดียว
• ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ขบวนการเวียดมินห์ ได้เกิดขึ้นโดย โฮจิมินห์ เป็นผู้นำ เพียงหวังว่าจะขับไล่ญี่ปุ่นออกจากประเทศไปเท่านั้น แต่ในปี ค.ศ. 1944 พวกเวียดมินห์ได้ตั้งกองบัญชาการกองโจรขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนกำลังและอาวุธจากสหรัฐอเมริกา
• ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1945 ญี่ปุ่นกำลังจะแพ้สงครามในสงครามโลก ชาวเวียดนามกลุ่มต่างๆ ที่ดิ้นรนเพื่อเป็นเอกราช มีผู้นำคือ พระจักรพรรดิเบาได๋ ซึ่งเคยเป็นจักรพรรดิแคว้นอันนัม ได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็น “จักรพรรดิแห่งเวียดนาม”
• ปี ค.ศ. 1948 โงดินห์เตียมได้เสนอให้ฝรั่งเศสยกฐานะเวียดนามขึ้นเป็นประเทศในเครือจักรภพ แต่ฝรั่งเศสไม่ยอมรับ
• ปี ค.ศ. 1950 สหรัฐอเมริกา ได้เริ่มเข้าช่วยฝรั่งเศสในการรบกับเวียดมินห์
• ปี ค.ศ. 1954 อนุสัญญาเจนิวาได้กำหนดให้แบ่งเวียดนามออกเป็นสองส่วนคือภาคเหนือกับภาคใต้โดยใช้เส้นรุ้งที่ 17
• ปี ค.ศ. 1959 เวียดนามเหนือเริ่มรุกรานเวียดนามใต้ ได้เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามของคนชาติเดียวกันที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน
• สงครามเวียดนามเป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ โดยฝ่ายเวียดนามเหนือมีฝ่ายคอมมิวนิสต์ซึ่งสหภาพโซเวียตและจีนให้การสนับสนุน ส่วนเวียดนามใต้เป็นฝ่ายประชาธิปไตยที่สหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตรให้การสนับสนุน ซึ่งประเทศอเมริกาต้องทุ่มเทงบประมาณและสูญเสียชีวิตของทหารไปจำนวนมากไปกับสงครามเวียดนามในครั้งนี้ เนื่องจากทหารอเมริกไม่คุ้นเคยกับสภาพพื้นที่และการต่อสู้แบบกองโจรของทหารเวียดกง
• วันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1973 มีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพปารีส (Paris Peace Accords) ให้อเมริกาถอนกำลังทหารออกไปเวียดนามใต้
• วันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1975 กองทัพเวียดนามเหนือก็บุกยึดไซ่ง่อนได้สำเร็จ สงครามเวียดนาม (Vietnam Wars) ยุติลงอย่างเป็นทางการ
• วันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1975 เวียดนามทั้งสองรวมประเทศเข้าด้วยกัน แล้วประกาศใช้ชื่อประเทศใหม่ว่า สาธารณรัฐเวียดนาม
• คนเวียดนามเรียกสงครามครั้งนี้ว่า “สงครามปกป้องชาติจากอเมริกา” หรือ “สงครามอเมริกัน” ผลปวงของสงครามในครั้งนั้นมีทหารอเมริกันเสียชีวิตจำนวน 58,226 นาย บาทเจ็บอีกจำนวน 153,303 นาย และคาดว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในสงครามครั้งนี้ประมาณ 900,000 – 4,000,000 คน

พิพิธภัณฑ์ทหาร สร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการประกาศอิสรภาพและการรวมชาติของชาวเวียดนาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทำสงครามกับมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยภายในพื้นที่ได้นำซากเครื่องบินทิ้งระเบิด B52 มาจัดให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม เมื่อเข้าไปด้านในก็มีภาพถ่ายของนักรบที่ร่วมกันชนะสงคราม เครื่องแบบทหารอเมริกา และยังมีโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กๆ

ลงนามสัญญาทางทหารระหว่างเวียดนามกับเบลารุส

thu tg gap lanh dao cac nuoc lien minhเวียดนามและเบลารุสได้มีความสัมพันธ์ร่วมมือกันมาช้านานตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียด โดยเบลารุสได้เปิดสถานทูตประจำเวียดนามเมื่อปี 1998 และถึงปี 2003 เวียดนามก็ได้ตั้งสถานทูตประจำเบลารุสเช่นกันและสองฝ่ายได้ทำการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนระดับสูงระหว่างกระทรวง หน่วยงานและท้องถิ่นต่างๆตลอดจนได้ให้การสนับสนุนกันในฟอรั่มระหว่างประเทศในด้านการแลกเปลี่ยนการค้า โดยเวียดนามส่งออกสินค้าสัตว์น้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิก สิ่งทอ รองเท้า ข้าว ยางพาราและผักผลไม้กระป๋อง เป็นต้น และได้นำเข้าปุ๋ย อุปกรณ์เครื่องจักรและอะไหล่รถยนต์จากเบลารุส โดยเฉพาะในหลายปีมานี้ สินค้าสัตว์น้ำของเวียดนามสามารถเจาะตลาดเบลารุสได้อย่างเข้มแข็งจากอัตราส่วนแบ่งการส่งออกที่สูงอย่างต่อเนื่อง

ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับเบลารุสยึดมั่นบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่มีมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ ๒๐ ก่อนที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย นี่เป็นความสัมพันธ์ในทุกด้าน ในหลายปีที่ผ่านมาทั้งสองประเทศได้ขยายความสัมพันธ์เพื่อนมิตรอันดีงามที่มีมาช้านานและความร่วมมือในหลายด้าน อย่างไรก็ดีทั้งสองประเทศยังไม่ได้ส่งเสริมศัยภาพที่มีอยู่ทั้งหมด ดังนั้นการเยือนเบลารุสจะสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ในด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาถึงการยกระดับความสัมพันธ์หุ้นส่วนให้พัฒนาขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่ ขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การศึกษาและวัฒนธรรม ทั้งสองประเทศมีเงื่อนไขที่สะดวกมากมายเพื่อผลักดันความสัมพันธ์ร่วมมือที่นำผลประโยชน์มาให้แก่ทั้งสองฝ่าย

บทสรุปของข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการทหารที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเทคโนโลยีทหารระหว่างเวียดนามและเบลารุส อย่างไรก็ตามเนื้อหาที่แน่นอนของสัญญาจะไม่เป็นที่รับรู้กันของสาธารณชน แหล่งข่าวระบุว่า สัญญาให้ความสำคัญกับการสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อกองทัพของเวียดนาม โดยจะให้ความสำคัญในการฝึกนักเทคนิคและวิศวกรของกองทัพเวียดนามที่ดำเนินการโดยอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเบลารุส นอกเหนือจากข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์เพื่อการป้องกันของสองประเทศมากขึ้นกว่าขั้นของการเจรจาโดยทั่วไป โดยตระหนักว่านอกเหนือจากการแบ่งปันทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทางทหารร่วมกันแล้ว ทั้งสองฝ่ายควรมุ่งส่งเสริมความเข้มแข็งด้านอื่นๆ เช่น การฝึกอบรมบุคลากร การแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนระหว่างกัน

การทำสงครามระหว่างไทยกับพม่าในสมัยโบราณ

อ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว จะพบว่าไทยกับพม่านั้นต้องทำสงครามกันอยู่หลายครั้ง ทั้งสงครามเล็กๆ และสงครามใหญ่ขนาดชิง บ้านเมืองกันเลยทีเดียว เรามาดูกันดีกว่าว่าการรบสมัยนั้นมีสาเหตุมาจาก อะไร แล้วคนในสมัยก่อยเขารบกันอย่างๆไร

สาเหตุของความขัดแย้งและการรบกันในสมัยก่อนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับในสมัยนี้ เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่, การปกครอง และความเป็นอยู่ใน สมัยนั้น
สาเหตุของสงครามในสมัยกรุงศรีอยุธยา
1. ความต้องการพลเมือง
การรบในตอนนั้นไม่ใช่เพราะต้องการดินแดน เพราะแต่ละเมืองทั้งไทยและพม่าต่างก็มีดินแดนกว้างขวาง แต่พม่ากลับขาดพลเมืองที่จะเข้าไปทำกินและสร้างผลิตผลต่างๆ จึงมีการทำสงครามเพื่อกวาดต้อนผู้คนไปเป็นเชลยใช้งานต่างๆ (อย่างนายขนมต้มและพวกพ้องโดนกวาดต้อนไปอยู่ที่พม่าหลังเสียกรุงไงคะ)
2. การสงครามเป็นกิจแห่งกษัตริย์
ในสมัยนั้นถือว่ากษัตริย์ที่เก่งกาจของพม่า ต้องมีความสามารถในการรบพุ่ง ดังนั้นจึงมีอยู่หลายครั้ง ที่ไทยต้องเจอกับสงครามที่ไร้สาเหตุแห่งความขัดแย้ง แต่ต้องรบเพียงเพราะกษัตริย์ของพม่าต้องการยกทัพมารบก็เท่านั้น
3. อณาจักรล้านนาจุดแข่งขันระหว่างไทยกับพม่า
แม้ว่าอณาจักรล้านนาจะไม่ได้มีข้อขัดแย้งกับไทยโดยตรง แต่หลายครั้งที่การรบของไทยและพม่าเกิดขึ้น เพราะต้องการแย่งชิงอณาจักรล้านนา เหมือนกับอณาจักรนี้เป็นสาวงาม ใครได้มาครอบครองก็ดีใจไป
4. การเมืองที่รุนแรงของพม่า
การเมืองของพม่านั้นรุนแรงและน่ากลัวมาก พอมีกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นมา ก็ต้องแสดงความน่ากลัวให้ข้าราชการและเหล่าเมืองขึ้นได้เห็น กรุงศรีอยุธยาก็เป็นด่านทดสอบความ สามารถของกษัตริย์ที่ดีที่สุด ดังนั้นพอพม่าผลัดเปลี่ยนอำนาจเมื่อไหร่ เราก็เตีรยมตั้งทัพรอรับได้เลยเกิดสงครามแน่ๆ

ลักษณะของการรบในสมัยโบราณ แบ่งเป็นหลักใหญ่อยู่ 4 ข้อดังนี้
1. การรบทำได้แต่ในฤดูแล้ง พอถึงหน้าฝนก็หยุดรบ เพราะทหารไม่มีที่ตั้งเพื่อหลบฝน แล้วถ้ามัวไปรบกันเสียต่างคนก็จะไม่มีกำลังคนเอาไว้ทำนา และคงอดตายทั้งสองฝ่ายแหงๆ ดังนั้นแม้ว่าการรบจะยังไม่สิ้นสุด แต่พอฝนตกเมื่อไหร่ก็จะเลิกรบกันก่อน ดังนั้นในสมัยนั้นพอถูกพม่ารุกหนัก กรุงศรีอยุธยาจะกวาดต้อนคนเข้ามาในกำแพงเมือง ตั้งรับทัพอยู่จนถึงหน้าฝนเดี๋ยวพม่าก็ต้องยกทัพกลับไปเอง
2. ทหารในสนามรบแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือทหารราบ ทหารม้า และทหารเรือ (ไม่มีทหารอากาศแน่นอนจ้ะ) อาวุธคู่มือที่ใช้ก็คือดาบ และปืน แต่ทหาร บางพวกก็มีโล่และหอกด้วย ส่วนปืนใหญ่นั้นไม่ได้ร้ายกาจเหมือนสมัยนี้ระยะการยิงก็จำกัด ต่อให้ยิงเข้าไปกลางกองทัพก็ตายแค่ไม่กี่คน การต่อสู้ในสมัยนั้นจึงต้องอาศัยความสามารถในเชิง หมัดมวยของทหารแต่ละนายเป็นสำคัญ ส่วนนายทหาร แม่ทัพก็จะอยู่บนช้างพร้อมอาวุธครบมือ การทำสงครามในสมัยนั้นหากฆ่าแม่ทัพได้ก็ถือว่าจบ เพราะไพร่พลต่างๆก็จะแตกพ่ายไปเอง
3. ก่อนที่จะเข้าสู่สนามรบ แม่ทัพต่างๆต้องแต่งตัวเต็มยศ ถ้าเป็นกษัตริย์ก็ต้องผ่านพิธีกรรมมากมาย ต้องดูฤกษ์มงคล ตัดไม้ข่มนาม ฯลฯ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ไพร่พล และในระหว่างเดินทัพก็ไม่จำเป็นว่าทหารทุกคนต้องเดินตัวตรง เหมือนที่เราเห็นกันในการสวนสนาม ใครจะร้องรำทำเพลงอย่างไรก็ได้ ขอแค่ไม่แตกแถวเป็นพอการสื่อสารระหว่างแม่ทัพและทหารเดินเท้า ทำได้โดยอาศัยทิศทางการโบกของหางนกยูง ซึ่งทหารที่นั่งอยู่บนช้างร่วมกับแม่ทัพจะคอยส่งสัญญาณ ตามที่ได้รับคำสั่ง ว่าจะรุกหรือถอย
4. การป้องกันเมืองนั้นมีหลายวิธี เช่นคอยยิง หรือเอาหอกทิ่มข้าศึก คั่วกรวดทรายให้ร้อน แล้วเทลงไป เคี่ยวน้ำมันให้เดือดแล้วเทราดก็มี (ห้ามเพื่อนๆเอาอย่าง หรือลองทำเป็นอันขาดนะคะ) เครื่องมือป้องกันเมืองที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ “คลอง” กรุงศีรอยุธยารอดจากพม่ามาได้หลายครั้ง ก็เพราะมีคลองล้อมรอบเมือง การจะข้ามครองก็ต้องขนดินมาถมซึ่งจะกลายเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายเราทันที

30 ปีสงครามเวียดนามสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

30 ปีสงครามเวียดนามสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

นับเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่สงครามเวียดนาม หรือที่มีผู้เรียกกันทั่วไปว่า สงครามอินโดจีน ตามพื้นที่สมรภูมิที่ครอบคลุมทั้งเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมิได้ถูกนับรวมเป็นหนึ่งในสมรภูมิรบ แต่การที่ประเทศไทยมีพรมแดนติดต่อกับทั้ง 3 ประเทศ รวมทั้งรัฐบาลไทยได้ประกาศตัวเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่สมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นต้นมา ซึ่งรวมไปถึงการยินยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ตั้งฐานทัพและยุโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการสงคราม

สงครามเวียดนาม นับเป็นสงครามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ไทยได้ส่งกองกำลังพลของตนเข้าไปทำการรบถึงในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม รวมทั้งได้กลายเป็นฐานทัพสำหรับส่งเครื่องบินรบของอเมริกันเข้าไปโจมตีเวียดนามเหนือ การที่สงครามยังได้กระจายครอบคลุมจากเวียดนามเหนือเข้าสู่ลาวตาม “เส้นทางโฮจิมินห์” และภาคตะวันออกของกัมพูชา ทำให้สงครามครั้งนี้นับเป็นสงครามที่สร้างความสูญเสียทั้งในแง่ของชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศในอินโดจีนอย่างมากที่สุด ทหารที่สมัครไปรบในสงครามเวียดนาม และทหารอาสาสมัคร หรือที่เรียกว่า “ทหารรับจ้าง” จะได้รับค่าตอบแทนที่สูงกว่าทหารกองประจำการ รวมทั้งได้รับสวัสดิการต่างๆ ทั้งส่วนตัว และครอบครัว โดยข้อมูลที่สื่อไทยนำเสนอคือ สหรัฐฯ จะจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้พลทหารถึงเดือนละ 3,000 บาท นายทหารจะได้เดือนละ 10,000 บาท ก่อนเดินทางจะได้รับค่าเครื่องแต่งกายอีกคนละหลายพันบาท ผู้ที่ไปรบ จะได้สิทธิพิเศษ และบำเหน็จบำนาญเช่นเดียวกับทหารผ่านศึกเกาหลีทุกประการ

โดยยังคงมีร่องรอยของสงครามดังกล่าวปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจนในปัจจุบัน สำหรับประเทศไทยนั้น แม้ว่าผลกระทบที่ได้รับในด้านกายภาพจะถือว่าน้อยมากหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ชีวิตของทหารไทยจำนวนมากที่ต้องสังเวยให้กับการต่อสู้นอกแผ่นดินเกิด สิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายในบริเวณที่มีการสร้างฐานทัพ และติดตั้งยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ รวมทั้งความรู้สึกหวาดผวาของชาวบ้านทั้งในบริเวณฐานทัพ และชายแดน ที่ต้องเผชิญกับเครื่องบินและการทิ้งระเบิดไม่เว้นแต่ละวันเป็นเวลานานนับปี ก็เป็นสิ่งที่ทำให้บาดแผลจากสงครามเวียดนามยังคงทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดไว้ในจิตใจของคนไทยจำนวนมากมิได้แตกต่างจากประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านเลย

สงครามเวียดนาม-ฝรั่งเศส ลัทธิล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก

antiwarยุคสมัยของการแสวงหาอาณานิคมของโลกตะวันตกส่งผลให้ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเชีย เป็นต้น ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของชาติตะวันตกที่พยายามแสวงหาดินแดนใหม่เพื่อระบายสินค้าและรองรับความเจริญเติบโตด้านอุตสาหกรรมของประเทศตะวันตก โดยลัทธิล่าอาณานิคมส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันกันระหว่างสองมหาอำนาจของชาติตะวันตก คือ อังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อแย่งดินต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งได้ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก

ฝรั่งเศสให้ความสนใจเวียดนามด้วยความหวังว่าจะใช้เวียดนามเป็นทางผ่านเข้าไปยังตอนใต้ของจีน สถานการณ์การแข่งขันของประเทศจักรวรรดินิยมยุโรปในการล่าอาณานิคมก็เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ เศรษฐกิจ กับเหตุผลทางด้านศาสนาและต้องการเผยแพร่อารยธรรม ฝรั่งเศสเริ่มสนใจเวียดนามอย่างจริงจังในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 3 และมีการทวงให้เวียดนามปฏิบัติตามข้อตกลง แวร์ซายส์ ที่เวียดนามอ้างว่ายกเลิกไปแล้ว ฝรั่งเศสส่งคณะผู้แทนมายื่นจดหมายให้รัฐบาลจักรพรรดิตื๊อดิ๊ด    โดยส่งเรือรบคาตินาต์ มายังเมืองท่าดาหนัง แต่ฝ่ายรัฐบาลเวียดนามไม่ยอมรับจดหมายการเจรจาใดๆ ฝรั่งเศสจึงระดมยิงเมืองท่าดาหนังก่อนจะถอนสมอเรือไป รัฐบาลเวียดนามเริ่มปราบปรามพวกมิชชั่นนารีรุนแรงขึ้นและได้ประหารบาทหลวงสเปนที่ตังเกี๋ย เป็นเหตุทำให้สเปนร่วมมือกับฝรั่งเศสในการโจมตีเวียดนาม เวียดนามพยายามโจมตีขับไล่ฝรั่งเศสแต่ไม่สำเร็จ ดังนั้นเวียดนามจึงต้องเจรจาตกลงทำสัญญาสันติภาพกับฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1862  เรียกว่า สนธิสัญญาไซง่อน

เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ต้องเผชิญกับลัทธิล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ซึ่งการเข้ามาเวียดนามในระยะแรกนั้นฝรั่งเศสได้เข้ามาเพื่อค้าขายและเผยแพร่ศาสนาคริสต์เท่านั้น จากนั้นก็อาศัยช่วงที่เวียดนามเกิดความวุ่นวายภายในประเทศเข้าแทรกการเมืองภายในประเทศ และสุดท้ายก็ใช้กำลังทหารเข้ายึดเวียดนามไว้ภายใต้การปกครอง การเข้ามาของระบอบอาณานิคมฝรั่งเศสในดินแดนเวียดนามได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้านวิถีชีวิตไปจนกระทั่งในระดับความคิดของชาวเวียดนาม ในระหว่างที่เวียดนามตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสได้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในหลายๆด้าน เช่น ด้านการเมืองการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา ด้านสังคมและวัฒนธรรม

ในยามที่เกิดศึกภายนอกชาวเวียดนามผนึกกำลังเพื่อต่อต้านฝรั่งเศสหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งโฮจิมินห์วีรบุรุษแห่งเวียดนามได้ก่อตั้งขบวนการเวียดมินห์ โดยรวบรวมกำลังของคนในชาติต่อสู้กับฝรั่งเศสจนสามารถกอบกู้เอกราชเวียดนามได้ และบทสุดท้ายของการสิ้นสุดสงครามเวียดนามได้กลายเป็นประเทศที่มีระบบการปกครองแบบสังคมนิยม จากการที่เวียดนามอยู่ใต้การปกครองฝรั่งเศสนั้นผลเสียที่เวียดนามได้รับคือ รูปแบบวิถีการดำเนินชีวิตแบบเดิม การปกครองที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทำให้เวียดนามสูญเสียรายได้ในการพัฒนาประเทศ การเปลี่ยนแปลงการถือครองที่ดินส่งผลกระทบต่อชาวนารายย่อย และความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของชาวเวียดนาม ในส่วนผลประโยชน์นั้นเวียดนามได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น ระบบถนน ระบบสาธารณสุข การพัฒนาชลประทาน โดยเฉพาะในด้านศึกษา  การประดิษฐ์อักษรกว๊วกหงือใช้ในการเรียนนั้นได้รับการถ่ายทอดมาเป็นระบบภาษาเวียดนามที่ใช้ในการสื่อสารมาจนถึงปัจจุบัน

สมาคมทหารผ่านศึกเวียดนามจัดการประชุมใหญ่

สมาคมทหารผ่านศึกเวียดนามจัดการประชุมใหญ่
การประชุมใหญ่สมาคมทหารผ่านศึกเวียดนามสมัยที่ 5 ทางสมาคมได้ปฏิบัติหน้าที่การเมือง สร้างสรรค์องค์กรบริสุทธิ์และแข็งแกร่ง เจ้าหน้าที่และสมาชิกสมาคมหมั่นศึกษาหาความรู้ในทุกด้าน ยืนหยัดและไว้วางใจในการนำของพรรค อันเป็นการมีส่วนร่วมกับพรรคและประชาชนฟันฝ่าความยากลำบาก ความท้าทาย รักษาเสถียรภาพทางการเมือง สร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ
ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ ประสบการณ์และชื่อเสียงของบรรดาทหารผ่านศึกและสมาคมทหารผ่านศึกจะร่วมกับกองเยาวชนเพื่อช่วยในการฝึกอบรมและให้การศึกษาเกียรติประวัติ ลัทธิวีรกรรมปฏิวัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้แก่ชนรุ่นใหม่ สมาคมทหารผ่านศึกจะให้ความสนใจต่อการสร้างสรรค์สมาคมให้มีความบริสุทธิ์และเข้มแข็งทั้งด้านการเมือง แนวความคิดและการจัดตั้ง มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและเนื้อหาการเคลื่อนไหว ปกป้องสิทธิผลประโยชน์อันชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมายของทหารผ่านศึก
สาเหตุของสงครามเวียดนาม เหตุผลของการเกิดสงครามเวียดนามก็คือไม่ต้องการให้ประเทศเวียดนามตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่น ซึ่งในเวลาก่อนหน้านั้นประเทศเวียดนามเองก็ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศฝรั่งเศษ จากนั้นก็ถูกญี่ปุ่นมารุกราน จีนก็เข้ามาบ้างเป็นครั้งคราว จึงเกิดขบวนการเวียดมินท์ขึ้นเพื่อปลดปล่อยประเทศเวียดนามและต้องการรวมชาติให้เป็นเวียดนามเพียงหนึ่งเดียว สงครามเวียดนาม (ค.ศ. 1957-1975) เป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ เวียดนามเหนือได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียและจีน ส่วนเวียดนามใต้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา สงครามเวียดนามจบลงด้วยชัยชนะของเวียดนามเหนือและรวมประเทศเวียดนามทั้งสองเข้าด้วยกัน สงครามเวียดนามเป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ โดยฝ่ายเวียดนามเหนือมีฝ่ายคอมมิวนิสต์ซึ่งสหภาพโซเวียตและจีนให้การสนับสนุน ส่วนเวียดนามใต้เป็นฝ่ายประชาธิปไตยที่สหรัฐอเมริกาและประเทศพันธมิตรให้การสนับสนุน ซึ่งประเทศอเมริกาต้องทุ่มเทงบประมาณและสูญเสียชีวิตของทหารไปจำนวนมากไปกับสงครามเวียดนามในครั้งนี้ เนื่องจากทหารอเมริกไม่คุ้นเคยกับสภาพพื้นที่และการต่อสู้แบบกองโจรของทหารเวียดกง
ต่อมาได้สร้างพิพิธภัณฑ์ทหาร สร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการประกาศอิสรภาพและการรวมชาติของชาวเวียดนาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทำสงครามกับมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยภายในพื้นที่ได้นำซากเครื่องบินทิ้งระเบิด B52 มาจัดให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม เมื่อเข้าไปด้านในก็มีภาพถ่ายของนักรบที่ร่วมกันชนะสงคราม เครื่องแบบทหารอเมริกา และยังมีโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กๆ ซึ่งฉายภาพช่วงท้ายๆ ของสงครามเวียตนาม สำหรับที่นี่ชาวเวียตนามออกเสียงว่า บ่าว ตาง กวาน

สงครามอินโดจีนครั้งที่สาม ระหว่างจีนกับเวียดนาม

สงครามจีน–เวียดนาม หรือสงครามอินโดจีนครั้งที่สาม

เป็นสงครามชายแดนสั้นๆ สู้รบกันระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในต้นปี 2522 จีนเปิดฉากการรุกเพื่อตอบโต้การบุกครองและยึดครองกัมพูชาของเวียดนามในปี 2521 จีนกรีฑาทัพสู่ตอนเหนือของเวียดนามและยึดนครชายแดนได้บางแห่ง วันที่ 6 มีนาคม 2522 จีนประกาศว่าประตูสู่กรุงฮานอยได้เปิดออกแล้ว และภารกิจลงโทษของตนสัมฤทธิ์ผลแล้ว ในขณะที่กองทัพจีนถอยกลับได้เผาทำลายโรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่เกษตรกรรมทางภาคเหนือของเวียตนามทั้งหมด ทำให้เศรษฐกิจเวียตนามต้องถดถอยหลังจากสงครามครั้งนี้ต่อเนื่องอีกนับสิบปี และเวียตนามยังติดหล่มอยู่ในสงครามในกัมพูชากับเขมรแดงซึ่งบั่นทอนเศรษฐกิจเวียตนามที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก

เวียดนามเคยป็นเมืองขึ้นของจีนสมัยโบราณกว่าร้อยปี จึงรับอิทธิพลความเชื่อลัทธิขงจื๊อและวัฒนธรรมจีนมาผสมผสานกับวัฒนธรรมพื้นเมืองของตน ต่อมาในคริสต์สตวรรษที่ 18-19 ฝรั่งเศสขยายอำนาจมายึดครองเวียดนาม กัมพูชาและลาว รวมเรียกว่าอินโดจีนฝรั่งเศส ต่อมาได้มีขบวนการชาตินิยมเรียกร้องเอกราชแต่ถูกฝรั่งเศสปราบปรามอย่างรุนแรง ผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก แต่มีผู้นำคนสำคัญที่สามารถนำความสำเร็จมาให้ขบวนการชาตินิยมเวียดนามหรือเวียดมินห์ คือ โฮชิมินห์ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กองกำลังชาตินิยมเวียดมินห์ให้การสนับสนุนฝ่ายสัมพันธมิตรโดยหวังจะได้เอกราชเป็นการตอบแทน แต่ฝรั่งเศสไม่ยินยอมและกลับมาครอบครองอินโดจีนอีกครั้งหลังสงครามโลก ทำให้เกิดการสู้รบกันตั้งแต่ ค.ศ. 1946 และสิ้นสุดลงในค.ศ 1954 เมื่อฝรั่งเศสแพ้ในสมรภูมิเดียนเบียนฟู มีการทำสัญญาสงบศึกที่ปารีส ฝรั่งเศสถอนตัวจากอินโดจีน มีผลให้ประเทศเวียดนาม ลาว กัมพูชาได้รับเอกราช และกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อรวมเวียดนาม

มีข้อมูลยืนยันว่าช่วงระหว่างสิบปีหลังจากสงครามครั้งนี้มีชาวเวียตนามที่ต้องเสียชีวิตเพราะความอดอยากนับล้านคน หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย เวียตนามไม่มีทางเลือกนอกจากถอนทหารออกจากกัมพูชาทั้งหมด และเป็นฝ่ายไปขอเจรจาเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนอีกครั้ง โดยในเบื้องต้นเวียตนามเรียกร้องให้จีนขอโทษต่อการทำสงครามครั้งนี้ก่อนที่จะมีการเปิดสัมพันธ์ทางการทูต แต่ทางจีนบอกปัดและยืนยันว่าจะไม่มีการขอโทษใดๆ ทั้งสิ้นสุดท้ายเวียตนามยอมเปิดสัมพันธ์การทูตกับจีนโดยไม่มีการขอโทษใดๆจากจีน และนำระบอบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเช่นเดียวกับจีนเข้ามาใช้ในการพัฒนาประเทศ

พิพิธภัณฑ์ทหารผ่านศึกเวียดนาม

พิพิธภัณฑ์ทหารผ่านศึกเวียดนาม

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลงเวียดนามได้ประกาศที่จะต่อสู้กับฝรั่งเศส เพื่อให้เวียดนาม หลุดพ้นจากสภาพการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ได้มีการสู้รบกันอย่างหนัก เป็นเวลาถึง8ปี จนกระทั้งประเทศฝรั่งเศสยอมรับความปราชัย และได้มีการลงนามใน “อนุสัญญาเจนีวา” ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงมีผลให้เวียดนามถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทหารเวียดนามหรือพิพิธภัณฑ์แห่งกองทัพเวียดนามเมื่อก่อนนี้ได้รับการก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1956 และเปิดรับผู้เข้าชมตั้งแต่ปีค.ศ.1959 พิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของวัตถุ เอกสารและภาพประมาณ 2000 ชิ้นจากทั้งหมด 150,000 ชิ้นในพื้นที่ 3,200 ตารางเมตร  ซึ่งย้อนอดีตประวัติศาตร์การสร้างสรรค์และปกป้องประเทศตั้งแต่ยุคบรรพกษัตริย์หุ่งมาจนถึงยุคโฮจิมินห์  ในนั้นมีการสู้รบที่ดุเดือดที่ถือเป็นระดับตำนานและยุทธศาสตร์ของชาติเวียดนามในการต่อต้านศัตรูผู้รุกราน อันเป็นการแสดงถึงความสามารถด้านการทหารและศิลปะการทหารของเวียดนาม ที่นี่จัดแสดงตามหัวข้อใหญ่ 6 หัวข้อได้แก่ คุณแม่วีรชนเวียดนาม ประชาชาติเวียดนามที่กล้าหาญ กองทัพประชาชนเวียดนามที่หาญกล้า เกียรติประวัติของกองทัพประชาชนเวียดนาม อาวุธและเครื่องมือผลิตอาวุธของเวียดนาม ชาวโลกให้การสนับสนุนเวียดนามทำสงครามต่อต้าน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพประชาชนเวียดนามกับกองทัพประเทศอื่นๆ ปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมคือพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในบริเวณโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกับกรุงฮานอยนั่นคือ หอธงชาติฮานอย นี่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งเดียวไม่มีสองที่จัดแสดงสิ่งของวัตถุขนาดใหญ่ อาวุธและอุปกรณ์สงครามของเวียดนามและฝ่ายตรงข้าม  นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ใหญ่ๆทางประวัติศาสตร์เช่น ชัยชนะของกองทัพเวียดนามเหนือกองทัพฝรั่งเศส ณ เดียนเบียนฟู และยุทธนาการโฮจิมินห์รวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว ที่นี่ยังมีสนามรบจำลองของยุทธนาการใหญ่สองครั้งดังกล่าวและถูกบรรยายเป็น ๖ ภาษาจึงได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ที่มาเยี่ยมชม

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทหารพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในทุกด้านไม่ว่าจะในด้านเนื้อหาและรูปแบบ และใน 10 ปีที่ผ่านมา ทางพิพิธภัณฑ์ได้พิมพ์จำหน่ายหนังสือ 30 เรื่อง จัดงานนิทรรศการ 70 ครั้ง แต่ละปีสามารถสะสมสิ่งของวัตถุอีกประมาณ 600 ชิ้น เฉพาะการรณรงค์สะสมและแนะนำประชาสัมพันธ์สิ่งของวัตถุในสงครามช่วงปี 2009 – 2010 มีทหารผ่านศึก นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามและชาวต่างประเทศมอบสิ่งของวัตถุกว่า 10,000

การให้ความช่วยเหลือแก่ทหารผ่านศึก

องค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมีหน้าที่เสริมความรู้ความสามารถให้กับทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารกองหนุน เพื่อพัฒนาฝีมือและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอีกทั้งสามารถใช้เป็นอาชีพเสริมได้ รวมทั้งสามารถนำไปเผยแพร่ให้ความรู้ให้กับครอบครัวและชุมชน สำหรับทำหน้าที่ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ เพื่อให้ได้รับการสงเคราะห์โดยสะดวกทั่วถึง ซึ่งจะให้การสงเคราะห์ในด้านต่างๆ เช่น ด้านสวัสดิการ ด้านอาชีพ ด้านนิคมเกษตรกรรม ด้านกองทุนสงเคราะห์ ด้านการรักษาพยาบาล ด้านการส่งเสริมสิทธิและเกียรติ และจะให้การสงเคราะห์ในด้านการศึกษาแก่บุตรทหารผ่านศึกเมื่อเรียนวิชาชีพจบแล้ว ก็จะหางานให้ทำหากต้องการประกอบอาชีพด้านการเกษตรก็จะช่วยจัดหาที่ดินให้ อีกทั้งยังให้การช่วยเหลือในด้านการจัด พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และมีการสนับสนุนเงินลงทุนในการประกอบอาชีพในด้านต่างๆในด้านสวัสดิการ จะมีเงินช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติ เงินเลี้ยงชีพรายเดือน เงินช่วยเหลือรายเดือนเงินเยี่ยมหากเจ็บป่วย และเงินค่าจัดการศพการรักษาพยาบาล จะมีโรงพยาบาลทหารผ่านศึก เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคแก่ทหารผ่านศึกและครอบครัวสำหรับในด้านการส่งเสริมสิทธิและเกียรติโดยการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมบางประเภท ให้แก่ทหารผ่านศึก เช่น การขอลดหย่อนค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา การขอลดหย่อนค่าโดยสารรถไฟ รถประจำทางบางสาย และเครื่องบินนอกจากนี้องค์กรสงเคราะห์ยังช่วยสร้างชีวิตใหม่ให้กับคนไร้บ้านหนึ่งในโปรแกรมช่วยเหลือคือการชำระความสะอาดให้พวกเค้าและภาพลักษณ์ที่ดูดีมีอนามัย ซึ่งเป็นพื้นฐานสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้นคนไร้บ้านกลุ่มใหญ่ที่องค์กรให้ความช่วยเหลือคือบรรดาทหารผ่านศึก ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต้องเผชิญกับชีวิตหลังการรับใช้ชาติที่เต็มไปด้วยบาดแผลทางใจ ทั้งไร้งาน ไร้เงิน ไร้บ้าน และติดเหล้า และเพื่อระดุมทุนช่วยเหลือจากประชาชน

จะเห็นได้ว่าองค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นองค์กรที่มีความสำคัญต่อเหล่าทหารผ่านศึกเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นองค์กรที่ค่อยให้ความช่วยเหลือแก่ทหารผ่านศึกและครอบครัวด้วยทำให้บรรดาเหล่าทหารผ่านศึกไม่มีครอบครัวหรือพิการจากสงครามจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาในสงครามเวียดนาม

การแทรกแซงของสหรัฐเริ่มจากการเข้าสู่สงครามเกาหลี เนื่องจากปัญหาการเลือกตั้งประธานาธิบดีและรวมชาติเวียดนาม เพราะเกรงว่าชาวเวียดนามจะเลือกโฮชิมินห์ ซึ่งเป็นวีรบุรุษกู้ชาติเวียดนามทั้งสองส่วนมีวิถีชีวิตต่างกันและนิยมความคิดทางการเมืองไม่ตรงกัน เนื่องจากเวียดนามเหนือส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรยากจน จึงนิยมคอมมิวนิสต์ ทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียตและจีนคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่รบกับฝรั่งเศส สื่งที่สำคัญคือ ความนิยมในตัววีรบุรุษ ผู้นำขบวนการชาตินิยมคือ โฮชิมินห์ หากมีการเลือกตั้งประชาชนทั่วไปมีแนวโน้มจะเลือกโฮชิมินห์ วีรบุรุษของตน โดยไม่สนใจลัทธิการเมือง สหรัฐจึงเข้ามาสนับสนุนเวียดนามใต้แทนฝรั่งเศส เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เพราะเกรงว่าผู้นิยมคอมมิวนิสต์จะได้ชัยชนะและทำให้เวียดนามเป็นคอมมิวนิสต์

การยกเลิกการเลือกตั้งประธานาธิบดีทำให้เวียดนามเหนือประกาศสงครามกับเวียดนามใต้อีกครั้ง เพื่อใช้กำลังรวมเวียดนามเป็นประเทศเดียวกัน สหรัฐมีความเชื่อฤษฎีโดมิโน คือ เมื่อชาติหนึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ ชาติที่อยู่ใก้ลเคียงจะถูกคุกคามและตกอยู่ในอิทธิพลคอมมิวนิสต์ด้วย ทำให้สหรัฐอเมริกาเริ่มส่งที่ปรึกษาทางทหารและส่งอาวุธยุทธปกรณ์ เพื่อพัฒนากองทัพให้กับเวียดนามใต้ ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีไอเซ็นเฮาว์และประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดี ต่อมาเมื่อเคเนดีเสียชีวิตจากการลอบสังหาร รองประธานาธิบดีจอห์นสันได้รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐแทน ได้ส่งกำลังพลนับแสนคนพร้อมอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูง เข้ามาสกัดกั้นการคุกคามของคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม ทำให้สงครามเวียดนามขยายตัวและรุนแรงมากขึ้นสหรัฐและพันธมิตรในองค์การ SEATO ได้ระดมความร่วมมือทางทหารเข้าไปรบในเวียดนามแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะส่วนใหญ่เวียดนามเหนือรบแบบกองโจร ลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตี ทำให้ทหารเวียดนามใต้และทหารนาวิกโยธินสหรัฐเสียชีวิตจำนวนมาก จึงใช้การปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความเสียหายต่อพลเรือนจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ทั่วโลกประนามการกระทำของสหรัฐอีกทั้งยังทำให้งบประมาณที่สหรัฐให้ไปปรับปรุงกองทัพหรือพัฒนาชนบท กลับไปตกอยู่ในมือของข้าราชการระดับสูงและนายทหารของเวียดนามใต้

ดังนั้นการรบในเวียดนามทำให้สหรัฐสูญเสียทหารจำนวนมาก เพราะไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศและมีความกดดันจากการเผชิญกับเวียดกงที่รบในประเทศตนเอง ยากต่อการเอาชนะ

การให้ความสำคัญและให้ความช่วยเหลือแก่ทหารผ่านศึก

สมัยสงครามโลกครั้งที่  ๒ ประเทศไทยได้ส่งกำลังทหารเข้าร่วมทำการรบในสงครามมหาเอเซียบูรพา เมื่อสิ้นสุดสงครามทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรบถูกปลดประจำการโดยกระทันหัน ส่งผลให้ตัวทหารและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนในการครองชีพเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลในขณะนั้นจึงได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ กระทรวงกลาโหมจึงได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาหาทางช่วยเหลือทหารกองหนุนขึ้นโดยมีที่ทำการอยู่ในกรมเสนาธิการทหารและใช้เจ้าหน้าที่ของกรมเสนาธิการเป็นผู้ปฏิบัติงาน สำหรับงบประมาณในการสงเคราะห์ได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงกลาโหมจำนวนหนึ่ง

ต่อมาเมื่อมีการขยายการสงเคราะห์เพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการพิจารณาว่าการดำเนินงานในรูปของคณะกรรมการจะขาดความรัดกุมและเหมาะสม กระทรวงกลาโหมจึงได้เสนอเป็นพระราชบัญญัติ จัดตั้งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกขึ้นเป็นหน่วยงานถาวร เพื่อทำหน้าที่ในการสงเคราะห์ทหารผ่านศึกโดยตรง ดังนั้นวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ของทุกปี จึงถือว่าเป็นวันสถาปนาองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และเป็นวันทหารผ่านศึก ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ สภาทหารผ่านศึก สภากลาโหม และรัฐบาลได้พิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกโดยได้ขยายการสงเคราะห์ครอบคลุมไปถึงทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนและพลเรือน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคง หรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรทั้งในและนอกประเทศ

ปัจจุบันมีทหารผ่านศึกและครอบครัวที่อยู่ในการดูแลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จำนวน 6 แสน ส่วนของทหารตำรวจและราษฎรอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บรรจุอยู่ในตำแหน่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นเวลา 8 เดือนขึ้นไป ถือเป็นทหารผ่านศึกเช่นเดียว ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับทหารผ่านศึกตามหลักเกณฑ์เดิม ส่วนทหารผ่านศึกที่พิการทุพพลภาพ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,000 คน เมื่อคำนวณเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เงินบำนาญ เงินเพิ่มค่าครองชีพ รวมถึงเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิสายใจไทย จะตกอยู่ที่ประมาณ 23,000 บาทต่อคน

การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในประเภทต่างๆ

๑.การสงเคราะห์ด้านการเกษตร
๒.การสงเคราะห์ด้านการอาชีพ
๓.การสงเคราะห์ด้านการสวัสดิการและการศึกษา
๔.การสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาล
๕.การสงเคราะห์ด้านการให้สินเชื่อ
๖.การสงเคราะห์ด้านการส่งเสริมสิทธิและเกียรติ

สงครามเวียดนาม บาดแผลที่ต้องเยียวยาจนถึงปัจจุบัน

เวียดนาม เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอินโดจีน

มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ ๑๒๗,๒๐๗ ตารางไมล์ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของคาบสมุทรอินโดจีน มีรูปร่างยาวโค้ง ตอนกลางแคบทอดเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ เป็นระยะทางประมาณ ๑,๓๕๐ ไมล์ และมีฝั่งทะเลยาวประมาณ ๑,๔๐๐ ไมล์ รูปร่างคล้ายพัดจีน มีด้านอยู่ทางตอนใต้ มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศต่างๆ โดยทิศเหนือติดต่อกับประเทศจีน ทิศตะวันออกจรดอ่าวตังเกี๋ยและทะเลจีน ทิศใต้จรดทะเลจีนและอ่าวไทย ส่วนทิศตะวันตกจรดประเทศกัมพูชาและประเทศลาว

สงครามเวียดนามเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสงครามตัวแทน

เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการเรียกร้องเอกราชของขบวนการชาตินิยมเวียดมินห์ ต่อต้านอำนาจของจักรวรรดินิยมเดิมคือ ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสถอนตัวสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่และสนับสนุนเวียดนามใต้ ความขัดแย้งจึงกลายสงครามตัวแทนในช่วงสงครามเย็น ระหว่างกองกำลังเวียดนามใต้นิยมประชาธิปไตยที่มีสหรัฐสนับสนุนกับกองกำลังนิยมเวียดนามเหนือนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตหนุนหลัง

เวียดนามเคยป็นเมืองขึ้นของจีนสมัยโบราณกว่าร้อยปี จึงรับอิทธิพลความเชื่อลัทธิขงจื๊อและวัฒนธรรมจีนมาผสมผสานกับวัฒนธรรมพื้นเมืองของตน ต่อมาในคริสต์สตวรรษที่ 18-19 ฝรั่งเศสขยายอำนาจมายึดครองเวียดนาม กัมพูชาและลาว รวมเรียกว่าอินโดจีนฝรั่งเศส ต่อมาได้มีขบวนการชาตินิยมเรียกร้องเอกราชแต่ถูกฝรั่งเศสปราบปรามอย่างรุนแรง ผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก แต่มีผู้นำคนสำคัญที่สามารถนำความสำเร็จมาให้ขบวนการชาตินิยมเวียดนามหรือเวียดมินห์ คือ โฮชิมินห์

สงครามที่คนในชาติหันมาฆ่ากันเองและเป็นที่กล่าวขานกันมาอย่างมากอีกครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์โลกนั้นก็คือ สงครามเวียดนาม แน่นอนว่าสงครามเวียดนามแท้จริงก็คืออีกหนึ่งหนึ่งสงครามตัวแทนในช่วงสาครามเย็นที่โลกต้องประสบระหว่างโลกฝ่ายเสรีนิยมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ เป็นสงครามที่เกิดขึ้นหลังจากสงครามเกาหลีเพิ่งจะจบไปไม่นาน ที่สำคัญบริบทและผลของมันก็นำมาสู้การแบ่งแยกประเทศแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถรวบรวมกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง แต่กระนั้นก็กล่าวกันในสงครามครั้งนี้นอกจากชาวต่างชาติที่เข้ามาทิ้งชีวิตในแผ่นดินเวียดนามแล้วก็ยังมีชาวเวียดนามระหว่างเวียดนามเหนือและใต้ต้องเสียชีวิตไปด้วยมือของคนในชาติกันเองเป็นจำนวนมาก

อนุสาวรีย์รำลึกทหารผ่านศึกเวียดนาม

อนุสรณ์สถานทหารผ่านศึกเวียดนาม (Vietnam Veterans Memorial) ในกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารอเมริกันผู้ต่อสู้ในสงครามเวียดนาม ผู้เสียชีวิต และ ผู้สูญหายระหว่างสงคราม เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2525 อยู่ในความดูแลของสำนักงานอุทยานแห่งชาติแห่งสหรัฐอเมริกา (National Park Service)

ออกแบบโดยสถาปนิกภูมิทัศน์ มายา ลิน ซึ่งออกแบบไว้ขณะที่มีอายุเพียง 21 ปี เป็นนักศึกษาสถาปัตย์แห่งมหาวิทยาลัยเยล หินที่นำมาใช้สร้างกำแพงนำมาจากบังคาลอร์ ประเทศอินเดีย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการก่อ สร้างโบสถ์ของกลุ่มภราดรภาพและสันติภาพเพื่อทหารผ่านศึกเวียด นามในนิวเม็กซิโก ในปี 2514 ที่เริ่มด้วยบิดามารดาของนายทหาร เดวิด เวสต์ฟอลล์ ผู้ถูกรุมสังหารพร้อมกับนายทหารอื่นอีกสิบสามนายในเวียดนามในปี 2511

อนุสรณ์สถานแห่งนี้ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้าง 3 ชิ้น ได้แก่

อนุสาวรีย์ทหารสามนาย อนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเวียดนามสตรี และกำแพงอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเวียดนาม ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างหลักของอนุสาวรีย์

ทั้งหมดตั้งอยู่ในสวนคอนสติติวชั่น (Constitution Gardens) ติดกับ เนชั่นแนล มอลล์ (National Mall) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอนุสรณ์ลินคอล์น (Lincoln Memorial)

บนกำแพงอนุสาวรีย์มีความยาวทั้งสิ้น 75 เมตร จารึกรายนามทหาร 58,159 นาย เป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นที่นิยมลำดับที่ 10 ของสหรัฐ ที่จัดอันดับโดยสถาบันสถาปนิกอเมริกัน

ตัวกำแพงมีความโดดเด่นที่ขุดลึกลงไปให้ต่ำกว่าระดับพื้นดินโดยรอบ มีเรื่องเล่าว่า นายทหารคนแรกที่เสียชีวิตบนแผ่นดินเวียดนามจนเกือบจะได้จารึกชื่อบนกำแพง แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเหตุเสียชีวิตจากเรื่องทะเลาะวิวาทกันเองของทหารอเมริกัน

ส่วนทหารคนแรกที่ถูกจารึกเป็นหมายเลข 1 คือ ชาร์ลส์ ออฟแนนด์ (Charles Ovnand) เสียชีวิตเพราะถูกซุ่มโจมตีขณะดูหนังกับเพื่อนทหารอยู่ในค่ายที่เมืองเบียนโฮ ทว่าด้วยความคลาดเคลื่อนด้านการสื่อสารในยุคนั้นทำให้มีการจดชื่อสกุลผิดเป็น ‘Ovnard’ ซึ่งยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้

สำหรับรูปปั้นทหารสามนาย ก็มีเรื่องวุ่นเมื่อครั้งอยู่ในช่วงออกแบบเช่นกัน เมื่อช่วงแรก ผู้ร่วมออกแบบบางคนต้องการให้ตั้งรูปปั้นสองรูปไว้คนละด้านของกำแพง แต่ลินเกรงว่า ตัวรูปปั้นจะทำให้กำแพงดูด้อยลง สุดท้ายจึงให้มายืนอยู่ด้านหน้าของกำแพงโดยให้สายตาของรูปปั้นจ้องมองไปยังรายชื่อสหายร่วมรบ

จากนั้นก็ต้องสร้างรูปปั้นเพิ่มขึ้นอีก 1 รูป เพื่อให้ครบตัวแทนของชาติพันธุ์ในกองทัพสหรัฐ นั่นคือ ทหารผิวขาว ทหารผิวสี และทหารผู้มีเชื้อสายสเปนนั่นเอง

ทุกๆ ปีมีผู้คนจากทุกสารทิศ ทั้งคนอเมริกันและคนจากประเทศอื่นมาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้มากมาย และมักนำกุหลาบสีแดง สีขาว สีเหลือง มาวางไว้ใกล้กับชื่อของผู้ที่จากไป ที่อาจจะเป็นบรรพบุรุษผู้จากไปเพราะสงคราม

ส่วนธรรมเนียมปฏิบัติที่พบมากก็คือ การนำกระดาษขาวมาฝนกับไส้ดินสอดำลงบนชื่อของผู้เป็นที่รัก เพื่อนำนามของผู้วายชนม์กลับบ้าน…แม้ว่าร่างอาจมอดไหม้ไปแล้วที่เวียดนามก็ตามที