ไทยกับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2

%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%82

 

สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในยุโรปตั้งแต่ พ.ศ. 2482 เมื่ออังกฤษและฝรั่งเศสประกาศทำสงครามกับเยอรมนี เลยทำให้ลุกลามกลายเป็นสงครามโลก ทางด้านเอเชีย ญี่ปุ่นก็ได้ประกาศสงครามกับสัมพันธมิตร เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 กองทหารญี่ปุ่นก็เข้ามาเมืองไทยทางสงขลา ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และสมุทรปราการ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้ขอร้องรัฐบาลไทย ให้ทหารญี่ปุ่นได้ทำการเดินทัพผ่านไทย เพื่อไปโจมตีพม่า และมลายูของ อังกฤษ และขอให้ระงับการต่อต้านของคนไทยเสีย คณะรัฐมนตรีโดยมีจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ก็อนุโลมตามความต้องการของญี่ปุ่น เพื่อที่จะรักษาชีวิตและเลือดเนื้อของคนไทย และไทยได้ทำกติกาสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2484

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยได้ร่วมมือกับฝ่ายโลกเสรี อันมีสหรัฐอเมริกา และอังกฤษเป็นหัวหน้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2493 รัฐบาลไทยยอมรับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ และทางทหาร จากสหรัฐอเมริกา และใน พ.ศ. 2498 ก็ได้ร่วมมือกับประเทศอื่นๆ รวม 8 ประเทศ จัดตั้งองค์การป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกโดยย่อว่า องค์การซีโต หรือ สปอ.

สาเหตุที่ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง เหตุเพราะว่าเรามีกำลังน้อย หากเมื่อญี่ปุ่นบุกไทย จะไม่สามารถต่อต้านได้ และเพื่อป้องกันมิให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของญี่ปุ่นในด้านเศรษฐกิจและการเมือง

ผลของสงครามต่อไทย คือ ไทยต้องส่งทหารไปช่วยญี่ปุ่นรบ และทำให้ได้ดินแดนเชียงตุง และสี่จังหวัดภาคใต้ที่ต้องเสียแก่อังกฤษกลับมา แต่ต้องคืนให้เจ้าของเมื่อสงครามสงบลง ก่อให้เกิดขบวนการเสรีไทย ซึ่งทำให้หลุดพ้นจากการยึดครอง และไทยยังได้รับเกียรติเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ

Comments are currently closed.