สงครามเวียดนาม-ฝรั่งเศส ลัทธิล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก

antiwarยุคสมัยของการแสวงหาอาณานิคมของโลกตะวันตกส่งผลให้ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเชีย เป็นต้น ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของชาติตะวันตกที่พยายามแสวงหาดินแดนใหม่เพื่อระบายสินค้าและรองรับความเจริญเติบโตด้านอุตสาหกรรมของประเทศตะวันตก โดยลัทธิล่าอาณานิคมส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันกันระหว่างสองมหาอำนาจของชาติตะวันตก คือ อังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อแย่งดินต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งได้ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก

ฝรั่งเศสให้ความสนใจเวียดนามด้วยความหวังว่าจะใช้เวียดนามเป็นทางผ่านเข้าไปยังตอนใต้ของจีน สถานการณ์การแข่งขันของประเทศจักรวรรดินิยมยุโรปในการล่าอาณานิคมก็เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ เศรษฐกิจ กับเหตุผลทางด้านศาสนาและต้องการเผยแพร่อารยธรรม ฝรั่งเศสเริ่มสนใจเวียดนามอย่างจริงจังในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 3 และมีการทวงให้เวียดนามปฏิบัติตามข้อตกลง แวร์ซายส์ ที่เวียดนามอ้างว่ายกเลิกไปแล้ว ฝรั่งเศสส่งคณะผู้แทนมายื่นจดหมายให้รัฐบาลจักรพรรดิตื๊อดิ๊ด    โดยส่งเรือรบคาตินาต์ มายังเมืองท่าดาหนัง แต่ฝ่ายรัฐบาลเวียดนามไม่ยอมรับจดหมายการเจรจาใดๆ ฝรั่งเศสจึงระดมยิงเมืองท่าดาหนังก่อนจะถอนสมอเรือไป รัฐบาลเวียดนามเริ่มปราบปรามพวกมิชชั่นนารีรุนแรงขึ้นและได้ประหารบาทหลวงสเปนที่ตังเกี๋ย เป็นเหตุทำให้สเปนร่วมมือกับฝรั่งเศสในการโจมตีเวียดนาม เวียดนามพยายามโจมตีขับไล่ฝรั่งเศสแต่ไม่สำเร็จ ดังนั้นเวียดนามจึงต้องเจรจาตกลงทำสัญญาสันติภาพกับฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1862  เรียกว่า สนธิสัญญาไซง่อน

เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ต้องเผชิญกับลัทธิล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ซึ่งการเข้ามาเวียดนามในระยะแรกนั้นฝรั่งเศสได้เข้ามาเพื่อค้าขายและเผยแพร่ศาสนาคริสต์เท่านั้น จากนั้นก็อาศัยช่วงที่เวียดนามเกิดความวุ่นวายภายในประเทศเข้าแทรกการเมืองภายในประเทศ และสุดท้ายก็ใช้กำลังทหารเข้ายึดเวียดนามไว้ภายใต้การปกครอง การเข้ามาของระบอบอาณานิคมฝรั่งเศสในดินแดนเวียดนามได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้านวิถีชีวิตไปจนกระทั่งในระดับความคิดของชาวเวียดนาม ในระหว่างที่เวียดนามตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสได้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในหลายๆด้าน เช่น ด้านการเมืองการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา ด้านสังคมและวัฒนธรรม

ในยามที่เกิดศึกภายนอกชาวเวียดนามผนึกกำลังเพื่อต่อต้านฝรั่งเศสหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งโฮจิมินห์วีรบุรุษแห่งเวียดนามได้ก่อตั้งขบวนการเวียดมินห์ โดยรวบรวมกำลังของคนในชาติต่อสู้กับฝรั่งเศสจนสามารถกอบกู้เอกราชเวียดนามได้ และบทสุดท้ายของการสิ้นสุดสงครามเวียดนามได้กลายเป็นประเทศที่มีระบบการปกครองแบบสังคมนิยม จากการที่เวียดนามอยู่ใต้การปกครองฝรั่งเศสนั้นผลเสียที่เวียดนามได้รับคือ รูปแบบวิถีการดำเนินชีวิตแบบเดิม การปกครองที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทำให้เวียดนามสูญเสียรายได้ในการพัฒนาประเทศ การเปลี่ยนแปลงการถือครองที่ดินส่งผลกระทบต่อชาวนารายย่อย และความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของชาวเวียดนาม ในส่วนผลประโยชน์นั้นเวียดนามได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น ระบบถนน ระบบสาธารณสุข การพัฒนาชลประทาน โดยเฉพาะในด้านศึกษา  การประดิษฐ์อักษรกว๊วกหงือใช้ในการเรียนนั้นได้รับการถ่ายทอดมาเป็นระบบภาษาเวียดนามที่ใช้ในการสื่อสารมาจนถึงปัจจุบัน

Comments are currently closed.